ตำนาน “CHRISTMAS”

26 พ.ย.

วันคริสต์มาส

คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า Chistmas ดังนั้นอย่าลืม “ต์” อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า าส”(Mas)Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmasประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส

ต้นคริสต์มาส

ในสมัยโบราณ “ต้นคริสต์มาส” หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า (ปฐก.3:1-6) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์แสดงละครที่หน้าวัด ถึงความหมายของคริสต์มาส และเอาต้นไม้ต้นหนึ่งไว้ตรงกลาง เพื่อประดับฉาก แสดงถึงบาปกำเนิดของอดัมและเอวา ต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน เนื่องจากเป็นต้นไม้ ที่หาง่ายที่สุด ในประเทศ เหล่านั้น การแสดงละครคริสต์มาสแบบนี้ มีมาเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปี จนถึงศตวรรษที่ 15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ ห้ามแสดง เนื่องจากการแสดงนั้น กลายเป็นการเล่นเหมือนลิเก ล้อชาวบ้าน ผู้ปกครองบ้านเมือง และ

ศาสนา ซึ่งไม่ตรงกับบรรยากาศของการฉลอง ชาวบ้านรู้สึกเสียดาย ที่ไม่มีโอกาส ดูละครสนุกๆ แบบ นั้นอีก จึงไปสนุกกันที่บ้านของตน โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน หลังจากนั้น ก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ล ขนมและของขวัญอย่างที่เห็นอยู่ ทุกวันนี้

ซานตาครอส

ซานตาคลอส เป็นจุดเด่นหรือสัญลักษณ์ ที่เด็กและผู้คนนิยมมากที่สุด ในเทศกาลคริสต์มาส

แต่แท้ที่จริงแล้ว ซานตาคลอส แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อซานตาคลอส มาจาก ชื่อนักบุญนิโคลาส ซึ่งเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือ เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้ เป็นสังฆราชของไมรา (อยู่ในประเทศตุรกี ปัจจุบัน) มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 4 เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง อพยพไปอยู่ในสหรัฐ ก็ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ คือ ฉลองนักบุญนิโคลาส ในวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งหมายถึง นักบุญนี้จะมาเยี่ยมเด็กๆ และเอาของขวัญมาให้ เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ ที่อพยพมาก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้าง เพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้ จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายไปในอเมริกา

ทำไมต้องฉลอง

สำหรับเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสนั้น ทางประเทศตะวันตกเริ่มฉลองการประสูติของพระเยซู ในวันที่ 25 ธันวาคมมาตั้งแต่ ค.ศ.354 เป็นอย่างช้า เหตุที่เลือกวันนี้ เพราะตรงกับงานฉลองเทพและฤดูกาลในสมัยนั้น เช่น วันเหมายัน ซึ่งดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในจุดใต้สุดในฤดูหนาว

รู้ไหม…นางฟ้ามาจากไหน

กำเนิดของนางฟ้าบนยอดต้นคริสต์มาสมาจากตุ๊กตาตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นตัวแทนของพระเยซู ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ตุ๊กตานี้ก็กลายเป็นเทวดาเปล่งแสงระยิบระยับในเยอรมนี

สีของวันคริสต์มาส

มี 3 สีด้วยกัน คือ เขียว, แดง, และทอง ด้วยความเชื่อว่า “สีเขียว หมายถึง ชึวิต”, “สีแดง หมายถึง โลหิต” และ “สีทอง หมายถึง ชีวิตอันเป็นนิรันดร์” ดังนั้นการตกแต่งต้นคริสต์มาสจึงนิยมประดับประดาด้วยสีสันดังกล่าว

ธรรมเนียมคริสต์มาส

 

ในวัน Christmas Eve จะเป็นอีกวันหนึ่งที่ครอบครัวต่างมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นธรรมดาก็ต้องมีงานเลี้ยงอย่างสนุกสนาม ตามธรรมเนียม (American family tradition) แล้วอาหารที่เลี้ยงในวัน Christmas นั้นจะมีหลักๆ คือ Roasted Ham (ใครชอบสูตรไหนก็ทำสูตรนั้น) แต่ต้องมีเค้กด้วยนะ เค้กนี้ถือเป็นเค้กวันเกิดให้กับพระเยซู จะเป็นสีขาวเท่านั้นเพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ของพระบุตร กุศโลบายของการทำเค้ก ก็คือ การถ่ายทอดเรื่องราวของพระเยซูแก่ลูกหลานที่มาช่วยกันทำเค้ก (เด็กๆ ชอบ)… Candy Cane ก็จัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของ Christmas เหมือนกัน ที่ทำเป็นรูป cane นั้นก็เพื่อระลึกถึงคนเลี้ยงแกะ

นั่นเองค่ะ แต่กุศโลบายจริงๆ ของ candy cane คือ นักเทศน์ต้องการให้เด็กๆ ที่มาร่วมร้องเพลงในวัน Christmas อยู่ในความสงบ (ไม่งั้นคุยกัน เล่นกัน ตามประสาเด็ก) ก็เลยได้ไอเดียเอา candy cane มาเป็นสัญลักษณ์ของ Christmas.

ขอขอบคุณ http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=2662.0

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: